วันอังคาร, 4 ตุลาคม 2565

วอนช่วย!! “อดีตตำรวจ” ร้องหมู่บ้านสร้างใหม่ ทำน้ำท่วมบ้าน หลานวัย 10 เดือนหวิดจมน้ำดับ!!

วอนช่วย!! “อดีตตำรวจ” ร้องหมู่บ้านสร้างใหม่ ทำน้ำท่วมบ้าน หลานวัย 10 เดือนหวิดจมน้ำดับ!!

วันที่ 5 ต.ค.2561 ที่ผ่านมา ที่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 2 ซอยนนทบุรี4 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายไกร แสงอ่วม ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคารและผังเมือง เทศบาลนครนนทบุรี พร้อมคณะได้เดินทางเข้าตรวจสอบภายในบ้านพักของ ร.ต.ต.หญิงบุษรา ครุฑานุช อายุ 52 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า น้ำเข้าท่วมบ้านสูงประมาณ 50 ซม.หลังฝนตกหนัก และเกิดเหตุลักษณะนี้มาตลอดฤดูฝนที่ผ่านมา เนื่องจากมีการสร้างหมู่บ้านจัดสรรโครงการหนึ่ง ทับทางระบายน้ำของชาวบ้าน ทำให้บ้านเรือนหลายหลังได้รับผลกระทบจากน้ำฝนที่ตกจนน้ำเข้าท่วมบ้าน เพราะไม่สามารถระบายน้ำฝนได้

    จากการสำรวจบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น บนเนื้อที่ประมาณ 300 ตรว.พื้นที่บ้านอยู่ต่ำกว่าถนนสาธารณะประมาณ 20 ซม. บริเวณสนามหน้าบ้านยังมีร่องรอยน้ำท่วม พื้นดินยังชุ่มไปด้วยน้ำ รั้วด้านหลังบ้านอยู่ติดกับรั้วโครงการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีการถมพื้นที่ให้สูงกว่าบ้านเรือนในชุมชนเดิม ทำให้บ้านหลายหลังคาเรือน ในละแวกนี้ได้รับผลกระทบจากน้ำฝนที่ตกหนักและไม่สามารถระบายน้ำออกได้ทัน ซึ่งหลังเกิดน้ำท่วมมาหลายครั้ง  ร.ต.ต.หญิงบุษรา ได้เขียนป้ายร้องเรียนว่า ” ชาวบ้านเดือดร้อน!! หมู่บ้านทำน้ำท่วม เด็กเกือบตาย วอนขอความเป็นธรรม” ไปติดไว้ด้านหน้าของหมู่บ้านดังกล่าว

     จากการสอบถาม  ร.ต.ต.หญิงบุษรา ให้ข้อมูลว่า รู้สึกอัดอั้นตันใจเพราะอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้มานานกว่า  40 ปี เมื่อปี 2554 น้ำท่วมใหญ่ ที่บ้านหลังนี้ก็ไม่เคยถูกน้ำท่วม แต่ภายหลังจากหมู่บ้านนี้มาปลูกสร้าง ทำให้บ้านของตนเองได้รับความเดือดร้อนมาก เมื่อประมาณ 6-7 เดือนที่ผ่านมาเกิดน้ำท่วมบ้านอย่างสูงประมาณ 30 ซม. ทำให้กลุ้มใจมากโดยพื้นี่ด้านหลังบ้านเมื่อก่อนเป็นลำกระโดงทางน้ำไหล ที่มีมาตั้งแต่โบราณ แต่ภายหลังมีโครงการบ้านจัดสรรนี้ ทำให้น้ำท่วมบ้านจนเป็นทะเลสาบ เมื่อชาวบ้านไปแจ้งกับทางโครงการว่า อย่าปิดทางระบายน้ำแต่โครงการก็ไม่สนใจ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก จึงได้ร้องเรียนไปที่เทศบาลนครนนทบุรี ทางโครงการได้เข้ามาดูแต่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ จนทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเอง ย้ายปลั๊กไฟฟ้าหนีน้ำ อพยพลูกหลานออกไปอาศัยที่บ้านญาติ

ทังนี้ทางเทศบาลได้ออกเอกสารให้หมู่บ้านแก้ไขปัญหา 2 ฉบับ แต่ทางโครงการกลับเพิกเฉย  แต่ที่หนักสุดคือเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมสูงประมาณ 50 ซม.และได้ไหลเข้าท่วมด้านในตัวบ้านที่มีหลายชายอายุ 10 เดือนนอนคว่ำอยู่

“ ตนไม่อยู่บ้าน ลูกเขยและแม่บ้านได้ช่วยกันนย้ายข้าวของออก แต่ลืมหลานอุ 10 เดือนไว้ภายในบ้าน กระทั่งพบว่า น้ำท่วมไหลเข้าท่วมที่นอนหลานวัยเพียง 10 เดือน หากลูกเขยเข้าไปช้าหลานตนเองคงถูกน้ำท่วมเสียชีวิตแน่นอน ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือ”

ด้านนายไกร แสงอ่วม ผู้อำนวยการส่วนควบคุมอาคารและผังเมือง เทศบาลนครนนทบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบบ้านผู้ร้องเรียนพบว่า  เป็นบ้านดั้งเดิมที่ไม่ได้มีการยกพื้นขึ้นมา หลังปี 2554 ที่น้ำท่วมใหญ่ หมู่บ้านที่เกิดใหม่จึงมีการถมดินให้สูงขึ้นทำให้พื้นที่ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน เบื้องต้นเมื่อวันที่ 7 ก.ย. ผ่านมา ได้ออกสั่งให้ระงับการถมดิน แต่ขณะนี้ทางโครงการได้ถมดินเสร็จเรยบร้อยไปหมดแล้ว จากการตรวจสอบที่ดินเมื่อขอใบอนุญาตไม่พบมีว่า มีลำรางน้ำ แต่เจ้าของที่ดินยืนยันว่า มีลำกระโดงเก่าอยู่ จึงต้องตรวจสอบกับกรมที่ดินว่า มีลำรางเก่าจริงหรือไม่ เบื้องต้นทางโครงการหมู่บ้านได้ดำเนินการเยียวยาแก้ปัญหา โดยวางท่อระบายน้ำ แต่ขนาดท่อ ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่ปริมาณมากได้ แม้จะมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำแต่ก็ยังไม่สามารถรองรับได้

     เบื้องต้นเทศบาลนครนนทบุรี ได้มีคำสั่ง เลขที่ นบ52005/5845 ลงวันที่ 7 ก.ย.61 และเลขที่ นบ52005/5846 ลงวันที่ 7 ก.ย.2561 ว่าให้หยุดการขุดดินหรือถมดินฯ และคำสั่งให้ทางโครงการฯ ดำเนินการแก้ไข ดังนี้ 1.จัดทำระบบระบายน้ำให้ถูกต้องเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้ไหลเข้าสู่บ้านเรือนประชาชน 2.ให้จัดหาสถาบันหรือวิศวกรโยธามาดำเนินการตรวจสอบความเสียหาย แต่ผลปรากฎว่า จนถึงวันนี้ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ซึ่งหลังจากนี้ทางเทศบาลนครนนทบุรี จะประสานทางหมู่บ้านให้ดำเนินการเยียวยา เนื่องจากโครงการหมู่บ้านฯ เกิดหลังชุมชนดั้งเดิม หากไม่ดำเนินการแก้ไข จะมีคำสั่งให้ระงับโครงการทันที

ภาพ-ข่าว นิวส์นนท์