วันจันทร์, 3 ตุลาคม 2565

สุรินทร์-โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวังภาวะเลือดจางเด็กนักเรียน

07 ม.ค. 2019
268

สุรินทร์-โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวังภาวะเลือดจางเด็กนักเรียน

เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2562 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพหนองอียอ เดินทางไปยังโรงเรียนบ้านอาเลา ต.หนองอียอ อ.สนม จ.สุรินทร์ เพื่อเจาะเลือดและแจกวิตามินธาตุเหล็ก เฝ้าระวังภาวะเลือดจางในนักเรียนชั้น ป.1 ของโรงเรียนบ้านอาเลา

โลหิตจางในเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองทราบหรือไม่ โรคนี้ไม่เพียงแต่จะพบได้มากในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ในเด็กก็มีโอกาสที่จะพบการป่วยด้วยโรคโลหิตจางได้เหมือนกัน ซึ่งสังเกตได้จากอาการซีดของลูกและอาการอื่นๆ ร่วมด้วยนั่นเอง

โดยวันนี้เราจะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจ กับภาวะซีด หรือโรคโลหิตจางในเด็กกันมากขึ้น เพื่อจะได้เฝ้าระวังและป้องกันได้อย่างถูกวิธีมากขึ้น โดยมีข้อมูลดังต่อไปนี้ครับ

โลหิตจางในเด็ก เกิดจากอะไร

โรคโลหิตจางที่เกิดกับเด็ก มักจะมีสาเหตุมาจากการขาดธาตุเหล็ก หรือแร่ธาตุอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้อง คือ วิตามินบี 12 และโฟเลต ซึ่งก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพและการเจริญเติบโตของลูกน้อยเป็นอย่างมาก ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องคอยสังเกตอยู่เสมอ ว่าลูกมีภาวะที่เสี่ยงต่อโลหิตจางหรือไม่ เพื่อจะได้ทำการป้องกันและพาไปรักษาได้ทันเวลานั่นเอง

อาการของโรคเป็นอย่างไร

จะรู้ได้อย่างไร ว่าลูกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคโลหิตจางหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากอาการผิดปกติดังนี้

ผิวดูขาวซีด ไม่มีเลือดฝาดเหมือนที่ผิวเด็กทั่วไปควรจะมี มีอาการอ่อนเพลีย กินอาหารหรือกินนมได้น้อยลง เปลือกตาล่างและริมฝีปาก จะมีอาการซีดจนเห็นได้ชัด

ความอันตรายของโรค

ต้องบอกเลยว่าโรคนี้มีความอันตราย และส่งผลต่อการเติบโตและพัฒนาการของลูกเป็นอย่างมาก โดยอันตรายจากภาวะโลหิตจางที่มักจะพบในเด็กก็มีดังนี้

1.สมองทำงานช้าลง เนื่องจากภาวะเลือดจาง จะทำให้มีเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าปกติ เป็นผลให้ไม่สามารถนำออกซิเจนไปเลี้ยงตามส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างเพียงพอ ซึ่งเมื่อสมองได้รับออกซิเจนน้อยลง ก็จะเกิดการทำงานที่ช้าลง และทำให้ลูกมีพัฒนาการทางสมองหรือการเรียนรู้ที่ด้อยกว่าเด็กในวัยเดียวกันได้ นอกจากนี้ก็อาจมีอาการเฉื่อยชาและไม่กระฉับกระเฉงอีกด้วย

2.ลูกเติบโตช้า เมื่อลูกเป็นโรคโลหิตจาง มักจะทำให้ลูกเกิดอาการเบื่ออาหารและกินอาหารได้น้อยลง เป็นผลให้ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายน้อยเกินไป จนเกิดภาวะขาดอาหารและเติบโตช้าได้ในที่สุด อีกทั้งยังทำให้สุขภาพร่างกายของลูกอ่อนแอ เนื่องจากภูมิคุ้มกันลดต่ำลง จึงเจ็บป่วยได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งก็ส่งผลเสียต่อร่างกายและจิตใจของลูกไม่น้อยเลยทีเดียว

3.ตัวเตี้ยกว่าเด็กวัยเดียวกัน พบว่าเด็กที่เป็นโรคโลหิตจางส่วนใหญ่ มักจะมีปัญหาตัวเตี้ยกว่าเด็กในวัยเดียวกัน นั่นก็เพราะว่า ขาดธาตุเหล็กไปช่วยในการเจริญเติบโต จึงทำให้กระดูกไม่แข็งแรง เปราะบาง และแตกหักได้ง่าย ซึ่งก็ส่งผลเสียในระยะยาวกันเลยทีเดียว

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกเป็นโรคโลหิตจาง

การป้องกันไม่ให้ลูกป่วยด้วยโรคโลหิตจาง สามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

ให้ลูกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ลูกได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่มีความเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือดแดง และช่วยลดโอกาสการเป็นโรคโลหิตจางได้

เน้นทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับหมู ผักใบเขียว นม เลือดหมู เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง และไข่แดง เป็นต้น โดยหากลูกยังมีอายุต่ำกว่า 6 เดือน ซึ่งกินนมแม่เพียงอย่างเดียว คุณแม่ก็สามารถเสริมธาตุเหล็กให้กับลูกได้ ด้วยการทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงเหล่านี้ เพื่อส่งผ่านสารอาหารไปทางน้ำนมได้เหมือนกัน

โรคโลหิตจางที่เกิดกับเด็กนั้น เป็นอีกหนึ่งโรคที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของลูกไม่น้อยเลย ดังนั้นมาปกป้องลูกน้อยของคุณให้ห่างไกลจากภาวะโลหิตจางกันดีกว่า และควรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้แก้ไขได้ทันหากลูกอยู่ในภาวะเสี่ยงนั่นเอง

ข่าวสนมนิวส์

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
กระเจียวป่าพื้นบ้าน ปลูกขายอาชีพเสริมสร้างรายได้ แบ่งปันเพื่อนบ้านตามวิถีชุมชน (มีคลิป)
สาวเถียงนาน้อยอินดี้ กลุ่มเสี่ยงโควิด กลับจากต่างจังหวัดกักตัว14 วัน รับผิดชอบต่อสังคม (มีคลิป)
ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภ แม่ตะเคียนทอง ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น (มีคลิป)
ผู้ใหญ่บ้านเศร้า โจรขโมยข้าวเปลือก 12 ถุง เผยรถผู้ต้องสงสัยวงจรปิดจับภาพไว้ได้ (ชมคลิป)
อุทาหรณ์เผาขยะ หวิดลามไหม้บ้าน โชคดีชาวบ้านช่วยกันดับทัน
สีสันขบวนพาเหรด การแข่งขันกีฬา เห็นแล้วต้องแอบยิ้ม (มีคลิป)